Profil de Buakao╭❤╯╰❤╮ Sirame-orn ஐ·....PhotosBlogListesPlus ![]() | Aide |
|
|
28 décembre เลมูเรีย (มู) : มหาทวีปที่สาปสูญ (ภาคต้น)ทวีปมู(Mu) หรือ เลมูเลีย(LeMUria) คือนครอันตรธานที่จมหายลงใต้ทะเลแปซิฟิกใต้เมื่อกว่า ๑๓,๐๐๐ ปีเราทั้งหลายได้รู้เรื่องราวจากจารึกแผ่นดินเหเนียวของนักบวชชาวนาอะคัลที่ออกมาจากทวีปมูหรือเลมูเรียที่ค้นพบในอินเดียอันที่จริง จารึกแห่งนาอะคัลนี้เขียนโดยสัญลักษณ์และอักขระนากา (Naga) จากตำนานกล่าวกันว่า "เขียนขึ้นที่แผ่นดินมู จารึกนี้ได้ถูกนำเข้ามาที่พม่าก่อนแล้วจึงนำมาที่อินเดียมีอายุเก่าแก่ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ปี"และละจารึกโตรอาโนของชนเผ่ามายาที่ยูคาตังเม็กซิโกทำให้ปัจจุบันนักโบราณคดีได้ทราบว่ามีถิ่นอารยธรรมที่รุ่งเรืองทางวิทยาการ ศาสนา ฯลฯก่อนยุคสมัยสุเมเรียนที่ไทกริส-ยูเฟตริสและก่อนสมัยของไอยคุปย์โบราณที่อิยีปต์...คือ ถิ่นที่ 'มู' ได้หยั่งรากของอาณาจักรแห่งแรกของเธอ ดอกบัว"ซี่ งเป็นสัญญลักษร์ที่ใช้กันมานานประมาณ ๕๐,๐๐๐ - ๓๐๐,๐๐๐ ปีบนทวีปมู ดอกบัวสื่อภาพแทนตัวอาณาจักร รวมไปถึงสัญลักษณ์ตราราชวงศ์และที่ลึกซึ้งกว่านั้นคือศาสนธรรมโบราณ ท่านฤาษีวาลมิกิ(Valmiki) นักปราชญ์ นักโบราณคดีของอินเดีย ผู้รจนารามายณะ หรือ รามเกียรติ์ ระหว่าง พ.ศ. ๑๐๐ - ๒๐๐ท่านวาลมิกิผู้ได้รับการถ่ายทอดเรื่องราวจากการอ่านบันทึกโบราณของวัด โดยนักบวชผู้สูงศักดิ์แห่งวัดริชี(Rishi) ที่เมืองอโยเดีย(Ayhodai) กล่าวถึงนักบวชนาอะคัลว่า " มาสู่พม่า สัญลักษณ์ที่ 15
สัญลักษณ์ที่ 16 และ 18 สัญลักษณ์และความหมายของจารึก ดังกล่าวมาแล้ว ก็จะทำให้ผู้สนใจติดตามอ่านมา เข้าใจรูปสัญลักษณ์ด้านล่างความเป็นไปของสรรพสิ่งในเอกภพทั้งมวล จากรูปสัญลักษณ์องค์ความรู้ทวีปมู เอกภพทั้งหลายกำลังขยายตัวออกจากจุดศูนย์กลางทุกทิศทาง ดังที่กล่าวไว้ในสัญลักษณ์ที่ ๑๕,๑๖,๑๘,๒๐ และ ๑๒๓๑ การเกิดและดับของบางดารา จักรของดาวฤกษ์(อาทิตย์ดวงอื่น) ที่สามารถสังเกตุได้จากบนโลกเราได้ หมายถึง การเดินทางภาพที่มากับแสง นับพันล้านปีแสงและแสงใช้เวลาเดินทาง 3x10^8 เมตรต่อวินาที (ยกกำลัง) ; ดังนั้นสิ่งที่เราสังเกตุเห็นในวันนี้เป็นอดีตของดาราจักรกลุ่มนั้น เมื่อหลายล้านปีมาแล้ว ทฤษฎีสัมพันธภาพของไอสไตน์และอีกหลายทฤษฎีพิเศษสามารถอธิบาย ประสานเชื่อมต่อความสัมพันธ์นี้ได้เป็นอย่างดี ทำให้ทราบถึงภูมิปัญญาและความรู้ของชาวเลมูเลี่ยนได้ว่าเหนือกว่ามนุษย์ในปัจจุบันอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว สัญลักษณ์อักษรภาพมีอยู่มากมายหลายร้อยภาพซึ่งล้วนแต่อธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ที่เราคิดค้นได้แล้วและยังมีที่ยังไม่เข้าใจอีกมาก ส่วนนึงของจารึก ![]() ภาพแรก เป็นเส้นแสงจาก ศูนย์กลางพลังงานธรรมชาติของทุกเอกภพ ที่พาดผ่านจักรวาล ![]() ![]() ภาพที่ ๒ เส้นตรงหลายเส้นวางซ้อนกัน ในแนวนอน เป็นสัญลักษณ์ ของอวกาศ ส่วนสัญลักษณ์ของพญานาค ๗ เศียร เคลื่อนตัวอยู่ในอวกาศ วงกลม ที่ล้อมรอบอยู่นั้นหมายถึง เอกภพผู้สร้างทั้งมวล คือนารายณะอันเป็นสัญลักษณ์ของผู้สร้างและการสร้างของทุกสรรพสิ่งในความหมายของชาวนาอะคัลคือ "ผู้หยั่งรู้ทั้งเจ็ด" ลำดับทั้ง ๓ ภาพ คือ พลังงานแห่งดวงอาทิตย์ก็เกี่ยวพันของชีวิตบนโลกพลังที่ส่องมายังโลก ต่อสิ่งมีชีวิต เป็นที่มาของสิ่งมีชีวิตนั่นเอง จากแสงที่ส่องมานี้ ก็ทำให้เกิดธรรมชาติสิ่งมีชีวิตบนโลกแรกเริ่มเดิมที เอกภพไม่มีอะไรอื่นนอกจากจิตและวิญญาณ ทุกสิ่งทุกอย่างปราศจากชีวิต มีเพียงความสงบเยือกเย็น เงียบสงัดไร้สำเนียงใดๆ ความว่างเปล่าและความมืดเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในห้วงอวกาศ มีเพียงจิตอันสูงสุดที่มีพลังอันยิ่งใหญ่ในตัวเอง ซึ่งเเป็นดังผู้สร้างหรือพญานาค ๗ เศียรที่เคลื่อนตัวอยู่ห้วงแห่งความมืด ความปรารถนาที่จะสร้างแผ่นดินที่มีสิ่งมีชีวิตได้มีขึ้นอีกและพวกเขาก็ได้ทำความปรารถนานั้น และต่อไปนี้เป็นวิธีการสร้างผืนแผ่นดินและสิ่งมีชีวิตที่พึ่งพาผืนแผ่นดินแห่งนี้...นี่คือตัวอย่างหาอ่านได้จากหนังสือ"มู นครอันตรธาน" ของคุณประกายธรรม ไชยแถน ได้นะคะมีรายละเอียดและความรู้ในเรื่องนครแห่งนี้แน่นปึ้กเลยค่ะ ภาพแถวล่าง แถว๓-แถว๔
(ข้อมูลส่วนใหญ่ที่นำมาอัพนี้ก็นำมาจากหนังสือเล่มนี้ค่ะ) ภาพนี้ นี้อธิบาย เกิดการไหวสะเทือนที่ส่วนล่าง คือ แผ่นดินเปลือกทวีปที่เกิดจากการยกตัวและชนกันของแผ่นดินทวีปส่วนเปลือกโลก ในส่วนต่างของโลกอย่างฉับพลันรุนแรง ก่อให้เกิดการยกตัวของภูเขาส่วนต่างๆ กล่าวถึงคือ ธรณีพิบัติครั้งรุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ ๑๑,๕๐๐ ปีที่แล้วที่ทวีปมู ส่วนที่เกิดกับทวีปแอตลันติส และส่วนต่างๆของโลกก็ประสบชะตากรรมเช่นเดียวกันนี้ นี่คือภาพ จารึกโคเด็กซ์ คอร์เตซิอานุส จากพิพิธภันฑ์แห่งชาติ กรุงมาดริด ประเทศสเปน ถอดใจความได้ว่า "มู มีการสั่นสะเืืทือนจากส่วนด้านล่าง(ใต้ดิน) ๒ ครั้ง จากนั้นจึงถูกบูชายัญด้วยไฟ (ภูเขาไฟระเบิด) มีการระเบิดในขณะที่มีเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง ผู้วิเศษที่ทำให้สิ่งทุกสิ่งทุกอย่างสับสนโกลาหลก็ได้จัดการบูชายัญ มู ในคืนนั้นเอง" ทั้งนี้เนื่องจากอักษรภาพดังกล่าวที่มีการเขียนเป็นภาษาของชาวมายานั้นมีการแจกแจงรายละเอียดมากเพื่อนๆ ผู้สนใจสามารถหาอ่านรายละเอียดต่อได้ในหนังสือที่แนะนำในข้างต้นค่ะ สภาพความเป็นไปและการล่มสลายอย่างฉับพลันของอาณาจักมู จากการถอดความจากรึกแห่งนาอะคัล จารึกมายา จารึกโตนาโน จารึกโคเด็กซ์ และคำบอกเล่าที่สืบทอดมาในส่วนอดีตของนักปราชญ์ต่างๆ ที่ทำให้พันเอกเจมส์ เชอร์วาร์ดเขียนบรรยายถึงทวีปมูในอดีตซึ่งอาจจมหายสาปสูญไปโดยฉับพลันเนื่องจากเหตุธรณีพิบัติดังนี้ บันทึกการล่มสลายของ มู หรือแผ่นดินแม่ของมนุึษย์ชาติ "Mother's Earth" นั้นเป็นบันทึกที่มีความแปลกประหลาดยิ่งนัก จากบันทึกนี้เราได้เรียนรู้ถึงความลึกลับของชนผิวขาวแถบทะเลใต้และเรียนรู้ว่าอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ได้เจริญเฟื่องฟูขึ้นและถูกลบล้างเพียงเวลาชั่วข้ามคืนได้อย่างไร เมื่อเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ยังคงไม่แน่ใจถึงความเป็นไปได้ที่ว่า ทวีปมูอันยิ่งใหญ่นี้มีอยู่จริงในมหาสมุทรแปซิฟิค ตั้งแต่บันทึกนี้ถูกค้นพบและการศึกษาเปรียบเทียบได้มีขึ้น ข้อศึกษาเปรียบเทียบนี้เองที่เป็นตัวพิสูจน์ว่า ทวีปอันยิ่งใหญ่อย่างมู เคยมีอยู่จริง ข้อมูลพิสูจน์นั้นมีอยู่หลายประการ ประการแรก อย่างที่ได้เคยกล่าวไว้ในบทแรกถึงการค้นพบจารึกแผ่นจารึกศักดิ์สิทธิ์ในวัดอินเดียว และความความช่วยเหลือของนักบวชผู้รอบรู้ แผ่นจากรึกจึงถอดรหัสและแปลความหมาย แผ่นจารึกเหล่านี้เอง ที่บอกใบ้ถึงเรื่องราวของมู กับผู้เขียน(พันเอกเจมส์ เชอร์วาร์ด) และทำให้เขาออกเดินทางค้นหา สำรวจและค้นคว้าไปทั่วโลกในเวลาต่อมา แผ่นจารึกเหล่านี้ถูกเขียนขึ้นโดยชาวนาอะคัลที่พม่าหรือไม่ก็ที่แผ่นดินแม่เอง แผ่นจารึกบอกกล่าวถึงการมาของชาวนาอะคัลจากแผ่นดินแม่ ซึ่งเป็นแผ่นดินที่อยู่ใจกลางมหาสมุทรแปซิฟิก นอกจากนั้นยังมีเรื่องราวของการสร้างมนุษย์และการจุติครั้งแรกบนผืนโลกของเขา ส่วนบันทึกที่ถูกเขียนขึ้นในเวลาต่อมา ในดินแดนมายา ไอยคุปต์และอินเดียนั้น บอกกล่าวและพรรณาถึงการล่มสลายของมู เมื่อเปลือกของแผ่นดินได้แยกออกเนื่องจากการเกิดแผ่นดินไหว แล้วแผ่นดินอันยิ่งใหญ่ก็จมอยู่ในกองไฟแห่งอเวจี จากนั้นผืนน้ำของมหาสมุทรแปซิฟิกก็ได้กลืนกินแผ่นดินแห่งอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ ทิ้งไว้เพียงผืนน้ำอันกว้างใหญ่อยู่เบื้องหลัง เนื่องจากบทความเรื่องนครอันตรธานนี้ค่อนข้างยาว ดังนั้นจึงขอแบ่งออกเป็นสามบทความนะคะ ยังไงติดตามต่อในบทความภาคต่อและภาคจบ CommentairesPour ajouter un commentaire, connectez-vous avec votre identifiant Windows Live ID (si vous utilisez Messenger ou Xbox LIVE, vous avez un identifiant Windows Live ID). Connectez-vous Vous n'avez pas d'identifiant Windows Live ID ? Inscrivez-vous RétroliensL'URL de rétrolien de ce billet est : http://cid-ebb8f3cb9f8e21ef.spaces.live.com/blog/cns!EBB8F3CB9F8E21EF!849.trak Blogs Web qui font référence à ce billet
|
|
|