Profil de Buakao╭❤╯╰❤╮ Sirame-orn ஐ·....PhotosBlogListesPlus Outils Aide

Blog


28 décembre

เลมูเรีย (มู) : มหาทวีปที่สาปสูญ (ภาคต่อ)


 
ภาพจำลองการระเบิดที่ทวีปมู
  • ประการที่ ๒ คือ ข้อยืนยันการมีอยู่ของ มู ในเอกสารโบราณฉบับอื่นๆ รวมทั้งในโคลงฮินดูอมตะ เรื่อง รามายะณะ (Ramayana) หรือรามเกียรติ์ที่คนไทยรู้จักกันดี รจนาขึ้นโดยนักปราญช์และนักประวัติศาสตร์ชื่อ ฤาษีวัลมิกิ (Valmiki) ผู้ซึ่งได้รับการถ่ายทอดเรื่องราวจากการอ่านบันทึกโบราณของวัด โดยนักบวชผู้สูงศักดิ์แห่งวัดริชี(Rishi)ที่เมืองอโยเดีย (Ayo-dia) ในตอนหนึ่ของเรื่องวัลมิกิได้กล่าวถึงชาวนาอะคัลว่า "มาสู่พม่าจากแผ่นดินเกิดของพวกเขา ซึ่งอยู่ทางตะวันออก"  ซึ่งก็คือ ทิศของมหาสมุทรแปซิฟิก

แผ่นจารึกโตรอาโนเขียนที่ยูคาตังโดยชาวมายา
เิอกสารอีกฉบับหนึ่งที่ยืนยันเรื่องราวของแผ่นจารึกศักดิ์สิทธิ์และเรื่องราวของวัลวิกิ คือ  แผ่นจารึกโตรอาโน(Troano)  ซึ่งขณะนี้อยู่ที่พิพิธภันฑ์ในอังกฤษ แผ่นจารึกโตรอาโนนี้เป็นซึ่งเป็นคัมภีร์มายาโบราณ เขียนขึ้นในยูกาตัง(Yucatan) หนังสือกล่าวถึงดินแดนแห่งมู โดยใช้สัญลักษณ์เดียวกับที่เราพบเห็นในอินเดีย ,พม่า และไอยคุปต์  บันทึกอ้างอิงโบราณอีกฉบับหนึ่งก็คือ จารึกโคเด็กซ์ คอร์เตซิอานุช (Codex Cortesianus) ซึ่งเป็นคัมภีร์มายาโบราณอีกเล่มหนึ่งที่มีอายุใกล้เคียงกับแผ่นจารึกโตรอาโน และยังมีบันทึกแห่งเมืองลาซา (Lhasa Record) รวมทั้งบันทึกอื่่นๆ อีกเป็นจำนวนร้อยจากไอยคุปต์ กรีก อเมริกากลาง เม็กซิโก และอักขระขนหน้าผาทางรัทางตะวันตก

โมอัยบนเกาะอีสเตอร์ องกาตาบู ซุ้มประตูหินบนเกาะตองกา
  • ประการที่ ๓ คือ ซากปรักหักพักที่พบเห็น ซึ่งตามสถานที่และสัญลักษณ์ที่ปรากฏ บอกกล่าวเรื่องราวของทวีปมูหรือแผ่นดินแม่ของมนุษย์ชาติที่สาปสูญไป บางเกาะมีชื่อเสียงในแถบหมู่เกาะทะเลใต้ เช่น เกาะอิีสเตอร์(Easter) เกาะแมนเจีย (Mangaia) เกาะตองกาตาบู(Tongatabu) เกาะปานาเป(Panape) และเกาะลาโดรเน (Ladrone) หรือหมู่เกาะมาเรียน่า (Mariana Islands) เราสามารถพบเห็นร่องรอยของวิหารโบราณ และแผ่นดินอื่นที่่จะพาเราย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาของมู
เกาะอิสเตอร์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้สุดของหมู่เกาะโปลีนีเซีย อยู่ห่างจากชายฝั่งอเมริกาใต้ ราว 2,260 กิโลเมตร ยาว 208 กว้าง 112 กิโลเมตร เป็นที่ทราบกันที่นะคะ ว่า ทุกคนคงรู้จักโมอัย หินสลัก อนุสาวรีย์หิน นอกจากนั้น ยังมีสิ่งที่ขุดค้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ รูปจำลองที่ยังสร้างไม่เสร็จ ความสูง 21 เมตร และชิ้นที่เล็กที่สุดค้นพบในถ้ำ มีขนาดยาว 1 เมตร คาดว่า รูปจำลองเหล่านี้เป็นตัวแทนของบุคคลสำคัญ และตั้งใจสร้างไว้เป็นอนุสาวรีย์เพื่อรำลึกหินนี้ แกะจากหินภูเขาไฟ ปัจจุบันสงบแล้ว ชื่อ รานา โรรากา (Rana Roraka) และ รานา ราโอ (Rana rao) คือซากปรักหักพังของวิหาร คาดว่า มีขนาดความยาว 30 เมตร กว้าง 6 เมตร กำแพงยังคงตระหง่าน สูง 1.5 เมตร หนา 1.5 เมตร

ตองกา ตาบู
(Tonga tabu) ตางกา– ตาบู คือ เกาะหินปะการังในหมู่เกาะตองกา ไม่มีชิ้นส่วนของหินธรรมชาติ มีเพียงหินปะการังเท่านั้น มี อนุสาวรีย์หินขนาดใหญ่ ที่สร้างขึ้นในลักษณะของซุ้มประตู ประกอบด้วยเสาตั้งตรง 2 เสา มีน้ำหนักเสาละ 70 ตัน เสา 2 เสา นี้ เชื่อมติดกับหินส่วนบน ซึ่งหนัก 25 ตัน และไม่มีหินบนเกาะนี้ คิดว่า นำมาจากที่อื่น ระยะทางประมาณ 220 กิโลเมตร ทำให้มีการคาดเดาว่า คนโบราณใช้เรือชนิดใด ขนหินที่มีน้ำหนักมาขนาดนั้น และใช้เครื่องมือชนิดใดในการติดตั้งเสาบนพื้นที่แห่งนี้


หมู่เกาะคุก (Cook group) หมู่เกาะคุก ตั้งอยู่ทางใต้ของอาวาย ประมาณ 40 องศา อยู่ครึ่งระหว่าง ตาฮิติ และ ฟิจิ มีเกาะ 2 เกาะ เกาะแรกคือ เกาะ ราราตองกา (Raratonga) บนเกาะนี้มีส่วนเล็ก ๆ ของถนนที่ได้กล่าวไว้ในจารึก หมู่เกาะ อีสเตอร์ และตำนาน เกาะที่ 2 คือ เกาะ แมนเจีย อยุ่ใต้สุดของหมู่เกาะคุก มีขนาดใหญ่ครึ่งหนึ่งของเกาะอีสเตอร์ บนเกาะมีชิ้นส่วนที่คล้ายคลึงกับที่มีอยู่บนเกาะอิสเตอร์ แต่ไม่มีร่องรอยการขุด เจาะ คิดว่าชิ้นส่วนนี้ ถูกนำมาจากที่อื่น


  Uxmal (ยูคาตัง-เม็กซิโก)
ที่อุกซ์มัล(Uxmal) ในยูกาตัง มีซากโบราณสถานที่สร้างไว้เป็นอนุสรณ์ถึง"แผ่นดินแห่งตะวันตก ที่ซึ่งเราจากมา" รวามถึงปิรามิดแห่งเม็กซิโกที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเม็กซิโกซิตี้ คำจารึกของปิรามิดกล่าวไว้ว่า ปิรามิดถูกสร้างขึ้นเป็นอนุสาวรีย์แด่การล่มสลายของแผ่นดินแม่แห่งตะวันตก
 
Xochicalco Pyramid เม็กซิโก

ซากสิ่งก่อสร้างที่ปานาเป  และ ซากสิ่งก่อสร้างที่เกาะไทเนียน


ปานาเป (Panape) เกาะนี้มีซากที่ถือว่าสำคัญที่สุดในหมู่เกาะทะเลใต้ มีซากปรักหักพังของวิหาร โครงสร้าง ขนาดกว้าง 18 เมตร ยาว 90 เมตร กำแพง ตั้งอยู่ สูง 9 เมตร หนา 1.5 เมตร บนกำแพงมีร่องรอยรูปสลักลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ ของแผ่นดินแม่ มีทางเจาะผ่านกำแพง เข้าไปภาย มีลานสี่เหลี่ยม เป็นห้องศูนย์กลางของปิรามิด

กาะคูไซ (Kusai Island) พบซากนี้ คล้ายเกาะ ปานาเป แต่ไม่ได้มีรายละเอียดมาก มีสิ่งก่อสร้างสูงประมาณ 10 เมตร ชาวพื้นเมืองระบุว่า “ชนที่เคยอาศัยบนเกาะนี้นั้นมีพลังอำนาจสูง พวกเขามีเรือใหญ่ที่สามารถเดินทางไกลมาก ๆ ได้ จากตะวันตกสู่ตะวันออก ต้องใช้ระยะเวลาหลายรอบของดวงจันทร์” ข้อความนี้พ้องกับ บันทึกของ วัลมิกิ “ชาวมายาเป็นนักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่ ผู้มีเรือสามารถเดินทางจากตะวันออกสู่ตะวันตกของมหาสมุทร และจากทางใต้สู่ทางเหนือของท้องทะเล”

หมู่เกาะกิลเบิร์ต และมาร์แชล (The Gilbert and Marshall Groups) บนเกาะนี้ หลายเกาะที่ประกอบกันเป็นหมู่เกาะทั้งสองนี้ มีการค้นพบ ปิรามิด ทรงผอม สูง สร้างด้วยหิน ชนพื้นเมือง ใช้เครื่องหมายศักดิ์สิทธิ์ ของแผ่นดินแม่ เป็นเครื่องประดับ โดยไม่ทราบว่า พวกเขาได้แบบอย่างนี้มาจากไหน

หมู่เกาะคาโรไลน์ (Caroline Group) จากเกาะนี้ ไม่มีสิ่งที่ค้นพบที่ไหนที่น่าอัศจรรย์ เท่าบนหมู่เกาะคาโรไลน์ คือ หมู่เกาะตั้งอยู่เป็นระยะทางการเดินทางของดวงจันทร์ 1 ครั้ง จากพม่า ซึ่งตามจารึก นาอะคัล และวัลมิกิ เคยเป็น ที่ตั้งของแผ่นดินแม่ของมนุษยชาติ จุดที่อพยพกลุ่มแรกสู่พม่า และอินเดียได้จากมา

หมู่เกาะคิงส์มิลล์
(Kingsmill Island) เกาะ ตาปิโต 1 ในหมู่เกาะนั้น พบปิรามิด ทรงผอมสูง แบบเดียวกับที่พบในเหมู่เกาะกิลเบิร์ต และมาร์แชล


หมู่เกาะนาวิเกเตอร์
(Navigator Island) พบสิ่งก่อสร้างเป็นหินมากมายบนหูม่เกาะเหล่านี้ 1 ในนั้นมีสิ่งก่อสร้างเป็นแท่นสร้างจากหินภูเขาไฟ เส้นผ่านศุนย์กลาง 45 เมตร สูง 6 เมตร


หมู่เกาะลาโดรเน หรือ มาเรียนา
(กวม) (Ladrone, or Mariana Group (Guam)) มีสิ่งก่อสร้าง เป็นแท่งหิน และเสาหินทรงปิรามิด สูง ประมาณ 6 เมตร

ฮาวาย (Hawill) 48 กิโลเมตร จากเมือง ฮีโล พบซากปรักหักพัง บนเนินเขา ชื่อ กูกีอี (Kukii) ยอดเนินเขา ถูกปรับประดับ และทำให้เป็นสี่เหลี่ยม สิ่งก่อสร้างถูกวางมีลักษณะเป็น 4 มุม ส่วนบนของเนินเขาทำเป็นชั้น ๆ หินทุกชั้นถูกเกลาและขัด ทุก ๆ ด้าน เพื่อสามารถเข้ากันได้

หมู่เกาะ มาร์ควีซัน
(The Marquesans) มีซากปรักหักพัง อยู่บ้าง
แม้จะมีอารยธรรมที่หลงเหลืออยู่บ้าง แต่ไม่รู้ว่าใต้ทะเลเราจะเจออะไรกันบ้าง คิดว่าคงมีไม่น้อยเลยทีเดียว จากการถูกทับถมเป็นเวลาหลายพันปี อารยธรรมเหล่านี้แม้จะสูญสลายไปตามกาลเวลา แต่คุณค่าทางจิตใจ ของมนุษย์ก็ยังคงอยู่ จากการจารึก จากมนุษย์ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่คนยุคหลัง ๆ ได้แต่เพียงสันนิฐานเท่านั้น

กาะเล เล
(Lele Island) ถูกแยกออกจากเกาะ คูไซโดยช่องแคบ ทั่วเกาะมีสิ่งก่อสร้างเป็นหินเรียงกัน ล้อมรอบด้วยกำแพง ภายในห้องมี ถ้ำที่ทำเอง และทางเดินลับมากมาย ชาวพื้นเมืองบนเกาะนี้ เกลียดชังชนผิวขาวมาก พวกเขาเคยเป็นมนุษย์กินคน ที่ร้ายกาจ


  • ประการที่ ๔ คือความเป็นสากลของสัญลักษณ์และประเพณีที่ค้นพบในไอยคุปต์ พม่า อินเดีย ญี่ปุ่น หมู่เกาะทะเลใต้ อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และในชนเผ่าดินเดียนแดงทางอเมริกาเหนือและอารยธรรมโบราณอื่นๆ สัญลักษณ์และประเพณีเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกันมากจนเป็นที่แน่ใจได้ว่าทั้งหมดนั้นมีแห่งที่มาจากที่เดียวกัน นั่นก็คือ "มู" ด้วยปูมหลังและหลักถานเหล่านี้ เราจึงสามารถติดตามเรื่องราวการล่มสลายของทวีปมูได้

เราพบว่าทวีีปที่เรากล่าวถึงนี้เป็นประเทศที่มีอาณาเขตอันกว้างใหญ่ไพศาลที่แผ่ขยายตั้งแต่ตอนเหนือของฮาวายถึงตอนใต้ อาณาเขตทางตอนใต้ของทวีปนี้คือ หมู่เกาะอิสเตอร์ และฟิจิ มีระยะจากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกกว่า ๘,๐๐๐ กิโลเมตร และจากทิศเหนือถึงทิศใต้มีระยะทางกว่า๔,๘๐๐ กิโลเมตร ทวีปนี้ประกอบไปด้วยผืนดิน ๓ ผืนที่ถูกแบ่งแยกออกมาจากกันด้วยช่องแคบหรือทะเล

ภาพจำลองแม่น้ำทั้ง ๗ สายที่ไหลพาดผ่านทวีปมู
เมื่อลองนึกวาดภาพทวีปมูตามคำพรรณาที่เขาตีความได้จากจารึกต่างๆ นับน้อนไปเป็นเวลาหลายพันกว่าปี จนสุดขอบของช่วงประวัติศาสตร์ มีทวีปอันยิ่งใหญ่ทวีปหนึ่งตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก มันเป็นประเทศในเขตร้อนที่ "สวยงาม" ที่มี "ที่ราบอันกว้างใหญ่ไพศาล" หุบเขาและที่ราบถูกปกคลุมไปด้วยพืชผักเมืองร้อนที่อุดมสมบูรณ์ยิ่ง ไม่มีภูเขาแม้สักลูกที่จะทอดตัวผ่านสวรรค์บนดินผืนนี้เนื่งอจากในช่วงเวลานั้นภูเขายังไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาบนผืนโลก

แผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์นี้ ถูกตัดผ่านด้วยสายน้ำที่ไหลระเรื่อยเป็นลำธารและแม่น้ำหลากหลายสาย ก่อให้เกิดเส้นสายของน้ำอันคดเคี้ยวที่ให้ความสวยงามอย่างประหลาดรอบๆ เนินเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า รวมทั้งตัดผ่านทั่วทั้งที่ราบอันอุดมสมบูรณ์ พฤษชาติอันงดงามได้ปกคลุมผืนแผ่นดินแต่งแต้มสีให้กับหมู่มวลต้นไม้ ต้นปาร์ลมที่สูงสง่าแม่น้ำได้ทอดตัวออกเป็นทะเลสาบที่มี "ดอกบัว" ศักดิ์สิทธิ์นับหมืื่นนับแสนดอกรายล้อมอยู่โดยรอบ ประดับประดาผิวน้ำที่เป็นประกายดุจอัญมณีหลากสีที่ล้อมรอบผืนน้ำสีเขียวมรกต เหนือแม่น้ำที่ไหลเย็น ผีเสื้อ ปีฉูดฉาดโผผินอยู่ตามเงาของต้นไม้ ...ฯลฯ


ทวีปอันยิ่งใหญ่ คับคั่งไปด้วยชีวิตที่ร่าเริงและมีความสุขโดยมีมนษย์ กว่า ๖๔,๐๐๐,๐๐๐ คน เป็นผู้ปกครองสูงสุดทุกชีวิตอาศัยร่วมกันอย่างมี ความสุขบนบ้านอันยิ่งใหญ่ ที่สวยสดงดงาม "ถนนหนทางอันกว้างใหญ่และราบเรียบ ทอดยาวไปทุกทิศทางราวกับเส้นของไยแมงมุม แผ่นหินที่นำมาสร้างถนน นั้นช่างราบเรียบ และชิดติดกันจนต้นหญ้าไม่สามารถเล็ดลอดระหว่างแผ่นหินได้

ในขณะนั้นประชากรทั้ง ๖๔,๐๐๐,๐๐๐ คน ประกอบไปด้วยผู้คน ๑๐ เผ่าพันธุ์ หรือ ๑๐ กลุ่ม แต่ละเผ่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่อยู่ภายใต้ การปกครองเดียวกันหลายชั่วอายุคนก่อนหน้านี้ ผู้คนได้เลือกกษัตริย์และได้ตั้งชื่อของพระองค์ โดยมีชื่อ รา เป็นชื่อหน้า จากนั้น พระองค์ได้กลายเป็นผู้นำที่มีอำนาจศักดิ์์สิทธิ์ และองค์จักรพรรดิภายใต้ชื่อ รามู และจักรวรรดิได้รับสมญานามว่า ราชอาณาจักรแห่งดวงอาทิตย์  ทุกคนในราชอาณาจักรนับถือ ศาสนาเดียวกัน ซึ่งบูชาอำนาจพระผู้เป็นเจ้าผ่านสัญลักษณ์ ต่างเชื่อในความเป็นอมตะของดวงวิญญาณที่ว่า ดวงวิญญาณจะกลับไปสู่แหล่งอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่จากมาในที่สุด

สิ่งที่ยิ่งใหญ่คือ ความเคารพนับถือต่อพระผู้เป็นเจ้าที่พวกเขามี พวกเขาไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยพระนามของพระองค์ ในบทสวดมนต์และในบทภาวนา พวกเขาจะอ้างถึงพระผุ้เป็นเจ้าโดยใช้สัญลักษณ์ รา ผู้เป็นเทพแห่่งดวงอาทิตย์ ได้เป็นคำที่ถูกใช้แทนพระองค์ในทุกโอกาส

รา-มู ภาพวาดจากจินตนาการ (ไม่มีบันทึกชัดเจนว่ารามูคือเพศใด)
ในฐานะ นักบวชผุ้สูงศักดิ์ รามู เป็นตัวแทนของพระผุ้เป็นเจ้าในการสอนศาสนา เป็นที่ชัดเจนและเข้าใจกันว่า รามู เป็นเพียงตัวแทน และจะไม่ได้รับการบูชาเสมือนพระผู้เป็นเจ้าในขณะนั้น

ประชากรแห่งมู มีอารยธรรมที่เจริญรุ่งเรือง และทุกคน มีความรู้แจ้ง ไม่เคยมีความป่าเถื่อน ปรากฏให้เห็น เนื่องด้วยผู้คนทุกเผ่า เป็นบุตรแห่งมู และต่างก็อยู่ภายใต้อธิปไตย เดียวกันของแผ่นดินแม่ เชื้อชาติที่โดดเด่นในแผ่นดินมู เห็นจะเป็นชนชาติผิวขาว ผุ้ที่มีความงดงามเกินกว่าชนชาติใด เป็นผู้ซึ่งมีผิวพรรณสีขาวหรือสีมะกอก พร้อมด้วยดวงตากลมโตสีเข้ม และผมสีดำตรง นออกจากชนชาตินี้แล้วยังมีชนกลุ่มอื่นอีกที่มีผิวพรรณแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นสีเหลือง น้ำตาล หรือผิวสีเข้ม อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครมีอำนาจเหนือใคร

พลเมืองโบราณแห่งมู นี้เป็นนักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งเดินเรือจากฝั่ง ตะวันออกสู่ฝั่งตะวันตก ของมหาสมุทร และจากทะเลเหนือสู่ทะเลใต้ นอกจากนั้นพวกเขายังเป็นสถาปนิก ผู้เชี่ยวชาญที่สร้างอารามอันยิ่งใหญ่และพระราชวังหิน พวกเขาสลักและก่อตั้งแท่งหินให้เป็นอนุสาวรีย์ในดินแดนแห่ง มู นี้ มีเมืองที่เป็นหลักสำคัญอยู่ ๗ เมือง เมืองซึ่งเป็นที่รองรับศาสนา ศาสตร์ และการเรียนรู้อื่นๆ

นอกจากนี้ยังมีเมืองใหญ่และหมู่บ้านกระจายอยู่ทั่วผืนแผ่นดินทั้ง ๓ เมืองหลายแห่งถูกสร้างขึ้นบริเวณปากแม่น้ำใหญ่ที่มีอยู่หลายสาย แม่น้ำเหล่านี้เป็นแหล่งค้าขาย แลกเปลี่ยน และการพานิชย์ เนื่องจากเป็นที่มีซึ่งมาจากทุกส่วนของโลกแล่นผ่านผืนแผ่นดิน มู เป็นแหล่งกำเนิด และเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมความเจริญรุ่งเรืองของโลก รวมทั้งความรู้ต่างๆ การค้า และการพานิชย์ ประเทศอื่นๆในโลกล้วนแล้วแต่เป็นอาณานิคมของ มู

ตาม หลักฐานที่ปรากฏในบันทึก แผ่นจารึก และประเพณี การถือกำเนิดของมนุษย์นั้นเกิดขึ้นบนดินดินแห่งมู และด้วยเหตุนี้ มู จึงมีอีกชื่อหนึ่งคือ แผ่นดินแห่งกุย(Land of Kui)* อารามหินปราศจากหลังคาที่ถูกสลักอย่างสวยงามประดับประดาเมืองทั่วไป ความไม่มีหลังคานี้ มีจุดประสงค์เพื่อให้รังสีแห่ง รา สาดส่องลงมายังศรีษะของผู้สวดภาวนาแสงที่สาดส่องนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งการยอม รับ โดยพระผู้เป็นเจ้า บุคคลผู้มั่งคั่ง ประดับประดาตนด้วยเครื่องแต่งกายที่เต็มไปด้วยอัญมณีและหินสีล้ำค่า พวกเขาอาศัยอยู่ในพระราชวังอันสง่างาม ที่เต็มไปด้วยคยรับใช้มากมาย ดินแดนที่เป็นเมืองขึ้นได้เริ่มมีขึ้นทั่วทั้งผืนโลก

ในการที่เป็นผู้เดินเรือที่ ยิ่งใหญ่ เรือของพวกเขาได้บรรทุกผู้โดยสารและสินค้าจากดินแดนเมืองขึ้นต่างๆอย่างสม่ำ เสมอ พลบค่ำอันแสนเย็นสบาย เราจะพบเห็นเรือสำราญที่เต็มไปด้วยสุภาพบุรุษสุภาพสตรีที่แต่งกายด้วยเสื้อ ผ้าอันหรูหรา ประดับประดาไปด้วยอัญมณี กรรเชียงอันยาวของเรือเพิ่มจังหวะให้กับเสียงเพลงและเสียงหัวเราะอย่างมี ความสุขของผู้โดยสาร
ในขณะที่ผืนแผ่นดินอันยิ่ง ใหญ่แห่งนี้กำลังพุ่งสูงสุด เป็นศูนย์กลางของอารยธรรม ความรู้ การค้า และการพานิชย์ พร้อมด้วยวิหารหินอันยิ่งใหญ่และอนุสาวรีย์ที่ได้ถูกสร้างขึ้น การมาเยืยนของความกลัวได้ไล่ตามมาติดๆ


ขณะที่แผ่นดินสั่นสะเทือน ขึ้นลงนั้น ไฟจากเบื้องล่างได้ระเบิดขึ้น เปลวไฟลุกพุ่งสู่มวลเมฆ ด้วยเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า ๔.๘ กิโลเมตร เปลวไฟได้บรรจบกับลำแสงของสายฟ้าที่มีอยู่ทั่วทั้งท้องฟ้า ควันหนาสีดำปกคลุมทั่วทั้งแผ่นดิน คลื่นลูกใหญ่ม้วนตัวสู่ชายฝั่งและขยายตัวสู่ที่ราบเสียง คำรามดังกระหึ่มจากใต้โลก ติดตามด้วยแผ่นดินไหวและภูเขาไฟที่เริ่มระเบิดจากส่วนใต้ของแผ่นดินทางชาย ฝั่งด้านใต้ มีคลื่นลูกใหญ่ม้วนตัวจากมหาสมุทรเข้ามาปกคลุมแผ่นดิน ผืนน้ำกลืนเมืองหลายเมืองให้จมดิ่งลงไป ภูเขาไฟพ่นไฟ ควัน และลาวาออกมา แต่ลาวาไม่ได้ไหลไป กลับทับถมกันจนเป็นรูปกรวย มียอดที่แหลมสูง ซึ่งกลายเป็นบริเวณส่วนหนึ่งของเกาะแถบทะเลใต้ในปัจจุบัน ในที่สุดการระเบิดก็ได้สงบลงภูเขาไฟมอดดับและอยู่ในความสงบตั้งแต่บัดนั้นมา

หลังจากการระเบิดได้สงบลง ประชากรของแผ่นดิน มู จึงค่อยๆผ่านพ้นจากความหวาดกลัว เมืองที่ปรักหักพังได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ การค้าและการพานิชย์ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง กาลเวลาได้ผ่านไปหลายรุ่น จนเหตุการณ์อันน่าหวาดกลัวนั้นได้กลายเป็นประวัติศาสตร์ แผ่นดิน มู ต้องตกเป็นเหยื่ออีกครั้งหนึ่งในเหตุการณ์แผ่นดินไหว ผืนดินไหว ทวีปทั้งทวีปม้วนตัวราวกับคลื่นของมหาสมุทร แผ่นดินสั่นไหวสะท้านสะเทือนราวกับใบไม้ของต้นไม้ที่อยู่ท่ามกลางพายุ วิหารและพระราชวังพังราบลงสู่พื้นดินอนุสาวรีย์และรูปปั้นคว่ำทลายลง เมืองหลายเมืองกลายเป็นกองของซากปรักหักพัง

เมือง และสิ่งมีชีวิตถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตา เสียงร้องไห้ อันเจ็บปวดทรมานของผุ้คนมากมายดังไปทั่วบริเวณ พวกเขาต่างหาที่หลบภัยตามวิหารและป้อมต่าง ๆ แต่ก็ต้องพบกับเปลวไฟ และกลุ่มควัน สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีในเครื่องแต่งกายที่หรูหรา ประดับประดาด้วยอัญมณีต่างเป็นร้องเป็นเสียงเดียว "มู ช่วยชีวิตพวกเราด้วย"

ดวงอาทิตย์แสดงตัวที่ขอบฟ้า ภายใต้กลุ่มที่ปกคลุมผืนแผ่นดินดวงอาทิตย์ช่างดุราวกับลุกไฟสีแดงดวงใหญ่ที่ กำลังเผาผลาญด้วยความโกรธ เมื่อดวงอาทิตย์ได้ลับขอบผ้าไปแล้ว ความืดมิดจึงได้เข้าครอบงำ จะมีก้เพียงแต่แสงไฟที่มาจากแสงวูบวาบ ของสายฟ้า อันดัังกึกก้อง แผ่นดินผืนนี้ก็ถึงวาระที่จะจมดิ่งลงไปเรื่อย ๆ ลงไปสู่ปากทางแห่งนรกหรือถังแห่งไฟขณะที่แผ่นดินที่แหลกสลายจม ลงสู่ห้วงเหวแห่งไฟนั้น เปลวไฟได้ ลุกล้อมรอบและหุ้มห่อแผ่นดินไว้ เปลวไฟกำลังทวงสิทธิ์กับเหยื่อของมัน ซึ่งก็คือ ดินแดนมู และประชากรของเธอกว่า ๖๔,๐๐๐,๐๐๐ คน ที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับไฟนี้

ขณะที่มู จม ลงสุ่อ่าวแห่งไฟนั้น พลังอำนาจ อีกอย่างหนึ่งก็ได้เข้ามาซ้ำเติม นั่นก็คือ ผืนน้ำกว่า ๘๐,๐๐๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ซึ่งเข้าถาโถมไปทั่วบริเวณ น้ำและไฟพบกันตรงบริเวณที่เคยเป็นศูนย์กลางของแผ่นดิน และที่ตรงนั้นเองที่เกิดการเดือนพล่าน

มู ดินแดนมาตุภูมิ ของมนุษยชาติ ด้วยเมืองทั้งหลายที่น่าภาคภูมิใจ พร้อมด้วยวิหาร พระราชวัง ศาสตร์ และศิลป์ของเธอได้กลายเป็นภาพความฝันในอดีต ผืนน้ำอันกว้างใหญ่ ทำหน้าที่ดังผ้าผืนใหญ่ ที่ห่อหุ้มดินแดน ไว้เบื้องล่าง ความหายนะของทวีปครั้งนี้ เป็นก้าวแรกของการเสื่อมสลาย ของอารยธรรม อันยิ่งใหญ่อารยธรรมแรกของโลก เป็นเวลาเกือบ ๑๓,๐๐๐ ปี ที่ความเสื่อมสลายของมูได้แผ่อำนาจปกคลุมพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ของโลก

แม้ว่าในบางส่วนจะดีขึ้น ก็ยังมีอีกหลายส่วนที่ยังคงได้รับผลกระทบอยู่ เมื่อทวีปได้แตกแยก ขาดสะบั้น และจมลง สันและยอดของแผ่นบางส่วนยังคงเหลืออยู่ให้เห็นเหนือผืนน้ำ นั่นทำให้เกิดเกาะและหมุ่เกาะทั้งหลายแตกแยก และมีลักษณะขรุขระเป็นเหลี่ยมแหลม เนื่องจากพลังภูเขาไฟ ที่ได้เกิดขึ้นภายใต้หมู่เกาะเหล่านั้น หมู่เกาะเหล่านี้ได้รองรับ มนุษยชาติ ที่หลบพนีจากดินแดนที่จมลงสู่พื้นน้ำ ดินแดนซึ่งพวกเขาเป็นเจ้าของ หรือดินแดนที่เป็นมาตุภูมิ ซึ่งได้กลายเป็นส่วนประกอบของผืนน้ำ ที่พลุงพล่านอยู่รอบ ๆ เกาะ

หลังจากที่ได้กลืนผืนดินอัน เป็นมาตุภูมิ ของมนุษยชาติ แล้วนั้น ผืนอันกว้างใหญ่ได้สงบนิ่ง ราวกับว่าพึงพอใจในผลงานอันร้ายกาจของตนและผืนน้ำที่ว่านี้ก็คือ มหาสุมทรปาซิฟิก ซึ่งมีความหมายถึง ความสงบบนเกาะเหล่านี้ประชากรของมู ที่รอดชีวิตได้มารวมตัวกัน รอคอย ให้เหตุการณ์แผ่นดินไหวอันเลวร้ายบรรเท่าลง พวกเขาเห็นวิหารและพระราชวัง เรือ และถนนของพวกเขาพังทลายลง และถูกกลืนกินโดยผืนมหาสมุทร ประชากรเกือบทั้งหมดถูกดูดกลืนไปกับความหายนะครั้งนี้ ประชากรจำนวนน้อยของมู ที่เหลือรอดชีวิต พบว่าพวกเขาอยู่ในสถานะที่สิ้นเนื้อประดาตัว และหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง

พวกเขาไม่มีอะไรเหลือ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือต่าง ๆ ที่อยุ่อาศัย ผืนดิน และอาหารที่มีอยู่ก็มีเพียงน้อยนิด ล้อมรอบพวกเขาคือ ผืนน้ำที่กำลังเดือดพล่าน เบื้องบนคือกลุ่มเมฆหมอกอันหนาทึกที่ปประกอบไปด้วยด้วยไปน้ำ ควันไฟ และเถ้าถ่าน กลุ่มหมอกนี้ได้บนบังแสงสว่างจนหมดสิ้น ก่อให้เกิดความมืดมิดที่ยากจะทะลุ ผ่านได้ เสียงกรีดร้องอย่างสิ้นหวังของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ต้องปิดฉากชีวิตใน เหตุการณ์ครั้งนี้ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของผู้รอดชีวิต มันช่างเป็นภาพที่น่่ากลัวสำหรับพวกเขายิ่งไปกว่านั้น พวกเขากำลังเผชิญกับความน่ากลัวอีกแขนงหนึ่ง นั่นก็คือ ความตายจากการอดอาหาร และการตกแดดตากลมเนื้อจากไร้ที่อยุ่อาศัย มีเพียงส่วนน้อยที่สามารถเอาชีวิตรอดจากความยากลำบากแสนสาหัสนี้ ผุ้คนส่วนมากเสียชีวิตอย่างน่าเวทนา
''''''''''

***ติดตามบทความนี้ต่อในภาคจบนะคะ***


Commentaires

Veuillez patienter...
Le commentaire entré est trop long. Raccourcissez-le.
Vous n'avez rien entré. Réessayez.
Il est actuellement impossible d'ajouter votre commentaire. Réessayez plus tard.
Pour ajouter un commentaire, tu dois avoir l'autorisation de tes parents. Demander l'autorisation
Tes parents ont désactivé les commentaires.
Il est actuellement impossible de supprimer votre commentaire. Réessayez plus tard.
Vous avez dépassé le nombre maximal de commentaires qu'il est possible d'envoyer le même jour. Réessayez dans 24 heures.
Votre compte a pu laisser les commentaires désactivés parce que nos systèmes indiquent que vous risquez d'arroser d'autres utilisateurs de messages. Si vous pensez que votre compte a été désactivé par erreur, contactez l'assistance en ligne de Windows Live.
Effectuez la vérification de sécurité ci-dessous pour finaliser l'envoi de votre commentaire.
Les caractères entrés pour la vérification de sécurité doivent correspondre à ceux de l'image ou du fichier audio.

Pour ajouter un commentaire, connectez-vous avec votre identifiant Windows Live ID (si vous utilisez Messenger ou Xbox LIVE, vous avez un identifiant Windows Live ID). Connectez-vous


Vous n'avez pas d'identifiant Windows Live ID ? Inscrivez-vous

Rétroliens

L'URL de rétrolien de ce billet est :
http://cid-ebb8f3cb9f8e21ef.spaces.live.com/blog/cns!EBB8F3CB9F8E21EF!873.trak
Blogs Web qui font référence à ce billet
  • Aucune